Tag: แมนยู

Recent Posts

หมายเลข 6 แมนฯยูฯ – จากพัลลิสเตอร์ สู่..ป็อกบา

ถ้าหากใครกันแน่มีความคิดว่าภาพยนตร์มีชื่ออย่าง ''แฮร์รี่ พ็อตเตอร์'' ไม่จบสิ้น และก็นานมากกว่าจะจบแล้วล่ะก็ ''มหากาพย์ป็อกบา'' ก็อาจไม่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากกว่าจะได้ข้อสรุป เล่นเอาแฟนอสุรกายแดงลุ้นแล้วลุ้นอีก ซึ่งข้อสรุปก็อย่างที่ทราบกันว่า ป็อกบา สมัยก่อนเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ถิ่นเก่าอีกรอบในฐานะนักเตะระดับโลก ที่มีค่าตัวแพงระยิบระยับ

ถ้าหากย้อนไปตอนที่ยังเป็นดาวรุ่งค้าหน้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวสวมใส่เสื้อเลข 42 ลงเล่นให้กับอสุรกายแดงไปหลายนัด แม้กระนั้นการกลับมาคราวนี้ ป็อกบา เลือกสวมเสื้อเลข 6 ที่ยังคงว่างอยู่ เหมือนเว้นว่างไว้คอยอย่างไร แบบงั้น ซึ่งโน่นทำให้ป็อกบากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ที่สวมเสื้อเลข 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ดทันที

ตอนนี้พวกเราลองดูกันดีกว่าว่า ก่อนที่จะเสื้อเลข 6 แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะตกมาอยู่กับ ปอล ป็อกบา ซึ่งเป็นผู้สืบสกุลเลข 6 คนตอนนี้นั้น มีผู้เล่นคนใดบ้างที่เคยสวมใส่เลขนี้มาก่อน

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ เบอร์ 6 คนแรกของผีแดงในสมัยพรีเมียร์ลีก

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ สมัยก่อนกองหลังร่างใหญ่ผู้ครอบครองส่วนสูง 193 ซม. เป็นผู้ที่สวมเสื้อเลข 6 เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด นับจากเริ่มมีการใช้เบอร์เสื้อประจำตัวในช่วงฤดูกาล 1993-1994

พัลลิสเตอร์ ค้าหน้าแข้งกับอสุรกายแดงเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี โดยตอนที่ย้ายจากมิดเดิ้ลสโบรช์มาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้น เจ้าตัวเปลี่ยนเป็นผู้ครอบครองสถิติกองหลังที่มีมูลค่าในการย้ายกลุ่มแพงที่สุดในช่วงดังที่กล่าวผ่านมาแล้วทันที

ส่วนความสำเร็จต่างๆภายใต้สีเสื้อของอสุรกายแดงเจ้าตัวก็กวาดมาเรียบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย และก็ยูฟ่า คัพ อีก 1 สมัย ก็เลยไม่แปลกนักถ้าหากจะพูดว่า เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ คือต้นตระกูลชั้นเลิศของเลข 6 แห่งแมนฯ ยูไนเต็ด

ยาป สตัม

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ชาวฮอลันดา

หากไม่มีปัญหากับพ่อซะก่อน ยาป สตัม อาจได้สวมเบอร์ 6 เป็น 10 ปี

ยาป สตัม เป็นกำแพงข้างหลังประเภทดุที่เต็มไปด้วยความสามารถทุกสิ่งที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังควรจะมี โดยเขาเป็นผู้สืบสกุล เลข 6 ลำดับที่ 2 ข้างหลังย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมถิ่นอสุรกายแดงในปี 1998

ยักษ์ใหญ่ชาวฮอลันดาผู้นี้ค้าหน้าแข้งอยู่ภายใต้สีเสื้ออสุรกายแดงอยู่เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในช่วงดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมในการนำแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติด, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และก็ยังรวมทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันลือลั่นในปี 1999 อีกด้วย

โชคร้ายที่ระยะเวลาในรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดดูจะสั้นไปนิด เนื่องจากสตัม ถูกเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขายให้กับลาสิโอ ในปี 2001 โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญนั้นเชื่อกันว่า เฟอร์กูสัน ไม่สบอารมณ์อย่างมากที่สตัม เขียนในหนังสืออัตประวัติของเขาว่า เฟอร์กี้ อุตสาหะซื้อตัวเขาโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากสังกัดเดิมเก่าอย่างพีเอสวี ตอนนี้ ยาป สตัม ในวัย 44 ปี รับหน้าที่เป็นผู้จัดการกลุ่มเร้ดดิ้ง ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

โลร็องต์ บล็องก์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ฝรั่งเศส

โลร็องต์ บล็องก์ สมัยก่อนกองหลังกลุ่มชาติฝรั่งเศส ที่เคยคว้าทั้งแชมป์โลก 1998 และก็ยูโร 2000 นับว่าเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ได้สวมเสื้อเลข 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากที่บล็องก์ย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีมในปี 2001

เป็นที่ทราบกันว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก อุตสาหะจะดึงตัว โลร็องต์ บล็องก์ มาร่วมรั้วอสุรกายแดงอยู่บ่อยมากนับจากปี 1996 แม้กระนั้นกว่าจะมาเสร็จก็คือในปี 2001 ซึ่งเวลานี้บล็องก์ก็แก่ถึง 35 ปี และก็จะต้องแบกรับความกดดันอย่างใหญ่โต เนื่องจากจะต้องเปลี่ยนเป็นผู้แทนของ ยาป สตัม ผู้ครอบครองเลข 6 คนเก่าที่ถูกขายออกไป

แม้ในทีแรกๆๆบล็องก์จะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผลงานที่ไม่ดีนัก แม้กระนั้นก็สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่น และก็มีส่วนช่วนให้แมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงฤดูกาล 2002-2003 ได้อีกด้วย และก็ในปี 2003 เจ้าตัวก็ประกาศแขวนสตั๊ดทำให้แมนฯ ยูฯ เปลี่ยนเป็นกลุ่มสุดท้ายที่บล็องก์เคยค้าหน้าแข้งในฐานะนักเตะทันที

ริโอ เฟอร์ดินานด์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ รังเกียจเบอร์ 6 ขอแปรไปสวมเบอร์ 5

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นเจ้าของสัมปทานเลข 6 ของเร้ด เดวิลส์ คนที่ 4 ต่อจากโลร็องต์ บล็องก์ โดยเฟอร์ดินานด์ สวมเบอร์ 6 ลงเล่นแค่เพียงฤดูเดียวคือ ฤดู 2002-2003 เนื่องด้วยโลร็องต์ บล็องก์ แปลงจากเบอร์ 6 ไปใส่ เบอร์ 5 แม้กระนั้นภายหลังจากบล็องก์แขวนสตั๊ดในปีถัดมา เจ้าตัวก็เลยย้ายไปใส่เบอร์ 5 นับตั้งแต่เวลานั้น

กำแพงข้างหลังคนเก่งย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวอย่างใหญ่โตถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนเป็นผู้ครอบครองสถิตินักฟุตบอลอังกฤษที่ค่าตัวแพงที่สุดในช่วงเวลานั้น และก็ยังเป็นกองข้างหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกในช่วงดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอีกด้วย

เฟอร์ดินานด์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงกับอสุรกายแดง โดยมีส่วนช่วยให้กลุ่มเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และก็แชมป์สมาคมโลกอีก 1 สมัย นอกเหนือจากนั้นยังติดกลุ่มเหมาะสมที่สุดแห่งปีของพรีเมียร์ลีกถึง 6 ครั้ง (5 ครั้งกับแมนฯ ยูฯ และก็ 1 ครั้งกับลีดส์ ยูไนเต็ด)

เวส บราวน์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: อังกฤษ

เวส บราวน์ นับว่าเป็นเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ดขนานแท้ เนื่องจากเขากำเนิดในเมืองแมนเชสเตอร์ และก็ถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนของอสุรกายแดง ซึ่งบราวน์เป็นผู้สืบสกุลเลข 6 ต่อจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทันทีในช่วงฤดูกาล 2003-2004 ที่เฟอร์ดินานด์ย้ายไปใส่เลข 5

เวส บราวน์ ประเดิมสนามให้กับเร้ด เดวิลส์ ในวันที่ 4 พ.ค. 1998 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะผู้เล่นสำรอง ซึ่งในช่วงฤดูกาลถัดมาเจ้าตัวก็เริ่มได้ลงเล่นในกลุ่มชุดใหญ่บ่อยขึ้น แม้กระนั้นในบางครั้งก็ถูกโยกไปเล่นแบ็กขวา แม้ว่าตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวจะเป็นตำแหน่งกำแพงข้างหลังตัวกลาง

แม้จะเป็นผู้เล่นที่แฟนอสุรกายแดง หรือกลุ่มอื่นๆค่อนขอดในเรื่องที่เจ้าตัวมักมีข้อผิดพลาดอยู่บ่อย แม้กระนั้นตลอดระยะเวลาการค้าขายหน้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวก็คว้าเหรียลรางวัลไปครองอย่างล้นหลาม อาทิเช่น พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

จอนนี่ อีแวนส์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

สัญชาติ: ไอร์แลนด์เหนือ

จอนนี่ อีแวนส์ กำแพงข้างหลังกลุ่มชาติไอร์แลนด์เหนือที่เติบโตมาพร้อมกับอติดอยู่เดมี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าเป็นผู้ครอบครองเสื้อเลข 6 คนปัจจุบันก่อนที่จะมันจะว่างลง เป็นระยะเวลา 1 ฤดู ข้างหลัง อีแวนส์ ย้ายไปร่วมกองทัพเวสต์บรอมวิช ในปี 2015fun888ก่อนที่จะ ปอล ป็อกบา จะมาสานต่อในช่วงฤดูกาลนี้

อีแวนส์คืออีกหนึ่งลูกหม้อที่เติบโตมาพร้อมกับอสุรกายแดงโดยแท้จริง เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ถูกดันขึ้นมาจากอติดอยู่เดมี่ของสมาคม ซึ่งในทีแรกๆๆก็ไม่ได้ได้โอกาสลงในสนามให้กลุ่ม เนื่องด้วยถูกปล่อยให้กลุ่มอื่นๆยืมตัวไปใช้งาน จนถึงปี 2007 ก็ได้ประเดิมสนามกับกลุ่มชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมลีก คัพ กับวัวเวนทรี

ทั้งนี้ในทีแรกๆเจ้าตัวไม่ได้สวมเลข 6 แม้กระนั้นเป็นเลข 23 ตราบจนกระทั่ง ฤดู 2011-2012 ก็ได้มาสวมเสื้อเบอร์ 6 นี้ หลังจากที่ เวส บราวน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเดิมย้ายกลุ่มไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์

ถ้าหากไล่ดูกรยชื่อบรรดาผู้ครอบครองสัมปทานเลข 6 คนก่อนๆก็จะมองเห็นได้ว่า บรรดาผู้เล่นเหล่านั้นต่างมีตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก หรือกำแพงข้างหลังตัวกลางร่วมกันทั้งหมด ต่างจาก ปอล ป็อกบา ที่มีตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ มิหนำซ้ำยังค่อนไปทางมิดฟิลด์ตัวทำเกมรุกอีกด้วย

แม้กระนั้นอาจไม่ใช่เรื่องที่พิลึกนัก เนื่องจากในตอนนี้พวกเรามองเห็นผู้เล่นหลายๆคนใส่เลขที่บางทีอาจจะไม่ได้ตรงกับภาพในอุดมคติเรื่องเลขเสื้อของใครหลายๆคน เนื่องจากพวกเรามักมีความคิดว่า เลข 1 คือผู้รักษาประตู, เลข 10 คือเพลย์เมกเกอร์, เลข 9 คือหัวหอกตัวเป้า

เป็นต้นว่า เลข 1 ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ปลายๆแน่ๆว่าควรจะเป็นผู้รักษาประตูที่ใส่เบอร์นี้ แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่เคยสวมเบอร์นี้ เนื่องจากพานเทลิส ติดอยู่เฟส สมัยก่อนนักเตะกลุ่มชาติกรีซซึ่งเล่นเป็นกองกึ่งกลางเคยสวมใส่เลข 1 โลดแล่นรอบๆแดนกึ่งกลางมาแล้วในสมัยที่ค้าหน้าแข้งอยู่กับเออีเค เอเธนส์ และก็ โอลิมแฉะอส

ดังนั้นแล้วแม้เลขของ ปอล ป็อกบา ที่สวมลงในสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูนี้จะเป็นเลข 6 ก็อาจไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากสมัยที่อยู่กับยูเวนตุสเจ้าตัวก็ใส่เบอร์ 6 มาถึง 3 ปี ก่อนจะย้ายมาใส่เบอร์ 10 ภายหลังจากคาร์ลอส เตเวซ ย้ายออกกจากกลุ่มไป

ลึกๆแล้วมั่นใจว่าป็อกบา และก็แฟนอสุรกายแดงเองก็บางทีอาจจะอยากให้มิดฟิลด์ค่าตัวแพงรายนี้ใส่เลข 10 แม้กระนั้นอาจเป็นเรื่องยากยิ่ง เนื่องจากผู้ครอบครองเบอร์ 10 คนตอนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันกลุ่ม แถมค่าแรงงานอย่างใหญ่โต ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วทางเดียวก็คือภาวนาให้ผู้ครอบครองคนเก่าครบวาระกับกลุ่มพลาดท่า ฮ่าๆ

แรงค์ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

ถ้าหากไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของพวกเราเสียก่อน พวกพ้องปีศาจร้ายแดงคงจะคุ้ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด ยูโรปา ลีก ได้เสร็จ
นี่คือโทรฟี้ที่มีความสำคัญระดับชั้นหนึ่งเพียงแค่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยนะครับ – ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูราวกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมส่วนใหญ่พวกเขามักใช้ชีวิตอย่างหรูหราและก็มีชาติสกุลกว่าบนทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตัวเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจก็แค่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" แปลงเป็นเป้าหมายลำดับที่หนึ่งที่พวกพ้องปีศาจร้ายแดงจำต้องเอามาให้ควรได้
เว้นเสียแต่จะซึ่งก็คือชื่อเสียงและก็การบรรลุผล มันอาจจะเป็นเพียงแค่ครั้งทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับไปสู่ทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกที
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และก็ "นามธรรม" เลยทีเดียว เนื่องจากเว้นเสียแต่จะเป็นแหล่งรายได้เป็นอันมาก – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่แตกต่างจากพลังล่อใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตัวเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นตอนแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากเยอะขึ้นทุกครั้ง
วันก่อนพึ่งจะครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดอยู่ที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าและจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆคงจะทำบุญสุนทานร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
คะเนดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เนื่องจากจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสะบัดอันดับ 6 ของตัวเองทิ้งไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 ครั้งทุกครั้งที่ช่องทางพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจำต้องกำเนิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมปัจจุบันที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าหากลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นข้างมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่นอนขั้นต่ำๆ2 สัปดาห์ แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดความพ่ายแพ้ให้แขกมิได้ ทั้งๆที่คู่ต่อสู้เหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดลูกโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้คงจะถูกใครสักคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดไปจนกระทั่งจะจบฤดู แค่นี้ยังไม่เพียงพอการมีศึกอื่นๆรอบด้านทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ต่อสู้อย่าง ลิเวอร์พูล
เหตุการณ์ปัจจุบัน ทีมอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งน้อยกว่า 2 นัดหมายก็ตามแต่ต่อยก่อนได้เปรียบครับผมคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งน้อยกว่า 2 นัดหมาย ดูเผินๆเสมือนไม่เสียเปรียบอะไร – เพียงแค่ชนะ 2 นัดหมาย แต้มก็จะเท่ากันในทันที
แต่ทว่ามันยังไม่เกิดขึ้นยังไงนะครับ และจากนั้นก็ไม่มีอะไรมารับประกันเพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดหมายที่หลงเหลือ ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเรียบร้อย และก็นำอยู่ 6 แต้มคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เปรียบเป็นจุดลูกโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ในตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงทีหลัง 2 ครั้ง แต่ว่าต่อให้เข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำเป็นเพียงแค่ตีเสมอ มิซ้ำยังกดดันกว่าทีนี้มาดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือพบทีมใหญ่ร่วมกันเพียงนัดหมายเดียว คือบุกไปเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ และจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัดหมาย นอกจากนี้อีก 8 นัดหมายที่เหลือ มีแต่ว่าทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าหนักกว่าครับผม เนื่องจากยังจำต้องพบทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดหมายหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการพบทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เนื่องจากพึ่งจะเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูนี้
เพราะฉะนั้นการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และก็ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินกำลังไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วอาจจะจำต้องเลือกนะครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง เนื่องจากมันอาจจะยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัดหมาย ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งน้อยกว่า 2 นัดหมาย ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู มีความหมายว่าต่อให้ชนะทั้ง 2 นัดหมายในเกมหลงเหลือ ถ้าหากคิดจะแซงหงส์แดงก็จำต้องชนะคู่ต่อสู้ 2 นัดหมายรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูและก็ไม่เฉพาะแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องห้ำหั่นด้วย
แบบงี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดีมากกว่า เนื่องจากถ้าหากเอาชนะ คอยสตอฟ ได้เสร็จในเกมเมื่อคืนวันพฤหัสฯ ถ้าหากจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมเท่านั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดหมายชิงฯ)
ถ้าหากคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เว้นเสียแต่จะเกินกำลังแล้ว ครั้งคราวมันอาจดึงคุ้นเคยจนพุ่งเข้าชนความผิดพลาดทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีเดิมพันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีมากกว่า ว่าและจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกฉวยอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจเห็นด้วยอันดับ 6 ของตัวเองว่ามันก็น่ารักดีแบบเดียวกันนะ แล้วมุ่งเน้นไปในทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแค่รายการเดียว เปรียบได้กับการทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าหากไม่ชนะ ถ้าหากยึดมิได้ก็จะไม่มีข้าวเขมือบส์ เนื่องจากตัวเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุนั้นจำต้องเอาชนะศัตรูหรือครองแชมป์ให้ได้เพียงแค่สถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของที่ปรึกษาหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้ครับผม คือทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นหนักใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (จนถูกเพื่อนพ้องร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)

เลสเตอร์ พบ ผีแดง


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ แชมป์ตี้ ต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งคู่ในอาทิตย์นี้
สถานะการณ์ทั้งสองกลุ่มที่ต่างกันทำให้เดิมพันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ถูส์" อยู่ชั้น 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 นอกนั้นชั้นท้ายที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม ซึ่งพูดได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่เยอะแยะอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่ชั้น 18 อย่างคริสตัล พาเลส แค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปยันเสมอแมนฯยูฯ แล้วก็แมวดำมีโอกาสลดช่องว่างในเรื่องที่เลสเตอร์เสียท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อรับมือแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "อสุรกายแดง" กลุ่มที่รองประธานสมาพันธ์เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแฟนคลับมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีลู่ทางเท่าไรนัก ถ้าหากหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายหลังจากเสียท่าเสมอฮัลล์ ซิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

ชั้นก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน โดยเหตุนี้เกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ติดอยู่บ้านให้ได้ ไม่งั้นช่องว่างอันโดนยืดแล้วก็พวกเขาก็อยู่ชั้นหกต่อไป

สถานะการณ์ที่อยากความมีชัยทั้งสองกลุ่มแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกตำหนิก ดึงเกม เนื่องจากผลเสมอไม่ดีต่อทั้งสองกลุ่มแน่ๆ

ว่ากันถึงเจ้าบ้านในเวลานี้ เคลาดิโอ รานิเอรี เผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่หลวง ไม่ใช่เนื่องจากคนมุ่งมาดเรื่องแชมป์เก่า โน่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือพวกเขาเปลี่ยนเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดไหมรอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักฟุตบอลได้ขวัญกำลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่ให้พรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แม้กระนั้นในตอนนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์คงจะมิได้ นักฟุตบอลจำเป็นต้องสู้เต็มกำลังเพื่อความมีชีวิตรอดไม่มีอันตรายในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่ไม่ดีที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นถัดมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนไหนมาสี่นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พ.ย. 2014

สมัย เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนไหน 5 นัดติดต่อกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้เปลี่ยนเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังไม่ชนะคนไหนนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดยิ่งกว่านั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่ชั้น 19 คือชั้นตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักฟุตบอลได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน ชั้นคะแนนเฉพาะในบ้านชั้น 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆหากไม่คิดมากมายเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้เสมอๆเข้าไว้ พวกเขามีโอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรพื้นฐานของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่นอนยืนยันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้ประสบผลสำเร็จ มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกเรื่องหนึ่งคือภาวะกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลมากขึ้น แต่ปรากฏว่านักฟุตบอลค่าตัวแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติผู้คนจำนวนมาก กลับมิได้ช่วยกลุ่มแล้วก็เล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ไม่เหมือนกับโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำเป็นดีมากยิ่งกว่าชัดเจน

การที่นักฟุตบอลใหม่สมรรถนะสูงๆไม่อาจจะเล่นได้ดิบได้ดีนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งพิงแข่งชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาพันธ์

จุดนี้…รานิเอรี จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากกลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัด นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้เหน็ดเหนื่อยเล่นอีกหนึ่งเกม โดยเหตุนี้แต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ความมีชัยจำเป็นต้องมีขึ้น จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุไนเต้ดเลยมั้ย

ผมมองว่า…หากพวกเขาชนะอสุรกายแดงได้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจ เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็อยากกระตุ้นผู้ร่วมทีมให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ แล้วก็เน้นย้ำความมีชัยหรืออย่างไม่ดีเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกน้อยลง แม้กระนั้นชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขาเช่นไรดี

ปีนีจำเป็นต้องเห็นด้วยว่านอกเหนือจากปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นแต่เล่นในลีกได้แย่ลง ส่วนใดส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด มาห์เรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ มาห์เรส ถูกจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่น่าพิศวงเสมือนปีที่ผ่านมา

เกมรุกเลยขาดความน่าสยดสยองลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลงามๆแล้วก็หลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมากมาย เน้นย้ำเชิง ตั้งรับรอคอยสวนแบบเดียวกันเลยเปลี่ยนเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันจนถึงทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะ แม้กระนั้นอย่างไรก็ดีเชื่อว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักฟุตบอลชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องพูดหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ป้อมปราการหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกับ เอนดิดี แล้วก็ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, มาห์เรส แล้วก็ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 ดูให้ดี โอกาซากิ ปีนี้กลายเป็นตัวสำรองหลายครั้ง

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นย้ำเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่ๆ การตั้งรับจะแบบไหนอีกเรื่องหนึ่งครับ

รับลึกหน้าจุดโทษหรือเต็มพื้นที่ในแดนตนเอง คุมโซน รอคอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าพบ แทกตำหนิกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบนี้ เนื่องจากอย่าลืมว่านัดล่าสุดโดนสอยสกปรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

เชื่อว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ได้อยากต้องการให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้อย่างงั้นอีก

เช่นเดียวกันครับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แล้วก็พรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัด แม้กระนั้นโน่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ โดยเหตุนี้ต่อหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดลำดับที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงมิได้โดยเด็ดขาด

มันควรจะมีอะไรพิเศษงัดมาสู้…โน่นคือเกมรับแล้วรอคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนพร่ำบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ ซิตี้ 0-0 ทำให้่ชั้นไม่ขยับ ทั้งที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งขันคราวหน้ากลับไม่อาจจะฉกชุบมือเปิบนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอีกคราวหน้าจากนัดก่อนจะว่าไปก็พลาดแบบเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวก็มิได้บอกว่าเจ็บอะไร แม้กระนั้นเพราะอะไรมิได้ลงเล่นทั้งที่ ฟู ยังพอมีสาระต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่ต่อสู้มิได้

นัดนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กซิยาล ส่วนนักฟุตบอลที่แฟนผีอยากเห็นลงสนามมากที่สุด แม้กระนั้น มูรินโญ คงจะไม่ใช้คือ บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตนร์

ไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งที่นักฟุตบอลระดับเขาผ่านเกม ผ่านความสำเร็จมากกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะบอกว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับ แม้กระนั้น มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นเนื่องจากตอนนี้กองกลางไม่มีใครเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังมีสาระกับเกมระดับนี้ แล้วก็เขาเองมืออาชีพ ซุ่มซ้อมกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน อยากพิสูจน์ตนเองว่ามีสาระกับกลุ่ม แม้กระนั้น มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียมิได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้ไหม (คงจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวคงจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กซิยาล แล้วก็ อิบราฮิโมวิช เชื่อว่านัดนี้ มาร์กซิยาล คงจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง หากไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ คงจะจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแม้กระนั้นไม่น่าบุก เน้นย้ำเกมตอบโต้กลับเพือหวังผลโจมตีทรยศแมนฯยูฯ โดยเหตุนี้เขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็คงจะบุกแบบไม่ผลุนผลัน แล้วก็หวังโจมตีขอบเส้น และก็ใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่ซี้ ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกในอากาศดี แม้กระนั้นหามสองข้างของเลสเตอร์ ก็มิได้เล่นลูกในอากาศได้ดิบได้ดีเท่า เชื่อว่าการโจมตีของ มูรินโญ หากเน้นย้ำภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองแล้วก็เสาแรกเป็นหลัก มากกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากด้านข้าง พูดอีกนัยหนึ่งมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือไม่งั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับ หากแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นย้ำตามมาคือบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบนี้

บอลด้านข้าง ครอสเข้ามาจะใช้เยอะแล้วก็เน้นย้ำเซตพีส เนื่องจากดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นเรื่องการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากมายน้อยขนาดไหน เนื่องจากปัญหาในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างช่องทางทอง

เคสซิเย่ เผยผีคือทีมในฝัน แต่ไปสิงโตนํ้าเงินครามก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ กองกลางฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ถ้าเป็น เชลซี ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงสนามไปแล้ว 20 แมตซ์ทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

กองกลางวัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

เวย์น รูนีย์ ปัดไปจีนขออยู่ช่วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อน

รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีมของ ปีศาจแดง ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ศูนย์หน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ ปีศาจแดง อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ รูนีย์ จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''